ห้องความรู้บัวหลวง
เรียกดูหัวข้อในหมวดนี้ 

ภาษีของเงินปันผลจากกองทุนรวม

17 มกราคม 2554

 
     เข้าฤดูการยื่นแบบเสียภาษีแล้ว มีคำถามเกี่ยวกับภาษีของเงินปันผลจากกองทุนรวมมากพอสมควร ผมจึงขอถือโอกาสนี้ทบทวนและเล่าสู่กันฟังในส่วนที่คิดว่าจำเป็นและน่าสนใจครับ

 

     หลักการเสียภาษีของเงินปันผลจากกองทุนรวม ที่เกี่ยวข้องกับผู้ลงทุนมากที่สุด คือ เงินปันผลที่จ่ายให้กับบุคคลธรรมดาที่เป็นนักลงทุนในประเทศอย่างเราๆ ท่านๆ ซึ่งจะขออธิบายในวันนี้ แต่ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นนักลงทุนต่างประเทศ หรือเป็นบริษัท/ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จะมีหลักการเสียภาษีที่แยกออกไปอีกซึ่งส่วนใหญ่ฝ่ายบัญชีของบริษัท/ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นจะทราบวิธีปฏิบัติอยู่แล้ว

 

     กรณีนักลงทุนในประเทศสำหรับบุคคลธรรมดา เงินปันผลหรือภาษาของภาษีจะเรียกว่าเป็นส่วนแบ่งกำไรที่ได้รับ จัดว่าเป็นเงินได้ที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษี แต่ให้สิทธิว่า ถ้าหัก ณ ที่จ่ายไว้แล้ว 10% ไม่ต้องนำมารวมเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีตามแบบ ภงด.90 ก็ได้ แต่เรื่องนี้มีประเด็น 4 ส่วนที่ต้องทำความเข้าใจครับ

 

     -  กรมสรรพากร เคยชี้แจงว่า เงินปันผลที่ไม่ต้องนำมาคำนวณรวมเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีนั้น ต้องมีการหัก ณ ที่จ่ายทุกงวดที่ได้รับในปีภาษีนั้น หากมีงวดใดงวดหนึ่งไม่ได้หัก ณ ที่จ่ายไว้ จะต้องนำเงินปันผลจากกองทุนรวมทั้งหมดในปีนั้นมาคำนวณเพื่อเสียภาษี ไม่ได้เลือกเอาเฉพาะเงินปันผลที่ไม่ได้หัก ณ ที่จ่าย มาคำนวณ ซึ่งหากท่านเสียภาษีในอัตราเกิน 10% แล้วมีเงินปันผลบางงวดที่ไม่ได้หัก ณ ที่จ่ายไว้ ก็หมายความว่าจะต้องเสียภาษีเพิ่มเติมจากรายได้เงินปันผลในปีนั้น ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับบุคคลที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ภาษีอยู่แล้วคือ แจ้งให้กองทุนหักภาษี ณ ที่จ่ายของเงินปันผลไว้ทุกครั้ง แต่ถ้าปีใดรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีขั้นต่ำ 10% ก็ค่อยนำเงินได้จากเงินปันผลทั้งหมดมารวมเป็นเงินได้ของปีเพื่อยื่นภาษีและขอคืนส่วนที่หัก ณ ที่จ่ายไปแล้วภายหลังก็ได้

 

     -  เงินปันผลที่ได้รับจากกองทุนรวมส่วนใหญ่ที่ลงทุนกันอยู่จัดเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (8) ไม่ใช่ มาตรา 40 (4) (ข) ที่ระบุว่าหมายถึงเงินส่วนแบ่งกำไรที่ได้รับจากกองทุนรวม (ในที่นี้คือเงินปันผล) หลายท่านอาจสงสัยว่าระบุว่าเป็นเงินส่วนแบ่งกำไรที่ได้จากกองทุนรวมแล้วทำไมไม่ใช่มาตรา 40(4) (ข) อธิบายง่ายๆ แบบนี้ครับว่ากองทุนรวมที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน เป็นกองทุนรวมที่จัดตั้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 หรือเรียกภาษีกฎหมายว่า กองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ซึ่งก็คือ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535) แต่คำว่ากองทุนรวมที่เขียนไว้ในมาตรา 40 (4) จะเป็นกองทุนรวมตามประมวลรัษฎากรมาตรา39 จะหมายถึงกองทุนรวมที่เกิดขึ้นในอดีตก่อนมี พ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันเห็นว่าเหลืออยู่น้อยมาก เนื่องจากก่อนมี พ.ร.บ. ดังกล่าว ประเทศไทยมี บลจ.เพียงแห่งเดียว ที่จัดตั้งกองทุนรวม นั่นคือ บลจ.เอ็มเอฟซีในปัจจุบัน และกองทุนเหล่านั้นได้ทยอยปิดไปมากแล้ว ดังนั้น เงินปันผลที่ได้รับจากกองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 จึงที่ไม่เข้าข่ายเงินได้ตาม 40 (4) (ข) หรือนิยามเงินได้ประเภทอื่นตามมาตรา 40 (1) – (7)  จึงถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (8) ครับ

 

     -  เงินปันผลจากกองทุนรวมตามมาตรา 40 (4) (ข) กองทุนรวมมีหน้าที่หัก ณ ที่จ่าย 10% ทันที แต่เงินปันผลจากกองทุนรวมหลังปี พ.ศ. 2535 ตาม มาตรา 40(8) ผู้ลงทุนต้องเป็นผู้แจ้งความประสงค์ให้หัก ณ ที่จ่าย 10% ถ้าไม่แจ้งความประสงค์ไว้ กองทุนรวมไม่มีหน้าที่หัก ณ ที่จ่ายครับ

 

     -  ข้อสุดท้ายเงินปันผลจากกองทุนรวมไม่สามารถนำไปเครดิตภาษีได้เหมือนเงินปันผลจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ครับ

 

เสกสรร โตวิวัฒน์
บลจ.บัวหลวง

ที่มา : ห้องความรู้บัวหลวง